เจสัน ลี ไบอาส. บทความต้นฉบับ : What Is “Left-Libertarianism” . 2 พฤศจิกายน 2020. แปลเป็นภาษาไทยโดย Kin

“อิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้าย” (left-libertarianism) คืออะไร คำคำนี้ (ตามความหมายในบทความนี้) สื่อถึงสายธารความคิดกว้างๆ ที่เป็นทั้งอิสรเสรีนิยมแบบถึงรากถึงโคนและเป็นฝ่ายซ้ายแบบถึงรากถึงโคนในเวลาเดียวกัน แนวคิดนี้ครอบคลุมองค์ประกอบที่ถึงรากถึงโคนที่สุดของแนวคิดเสรีนิยมสายอังกฤษ (เช่น โธมัส ฮอดจ์สกิน และงานเขียนในยุคต้นของ เฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ ) แนวคิด อนาธิปไตยสายปัจเจกชนนิยม (individualist anarchism) จากยุคศตวรรษที่ 19 พันธมิตรระหว่างกลุ่มอนาธิปไตยสายตลาดกับ กลุ่มซ้ายใหม่ ในทศวรรษ 1960 และ แนวคิดอนาธิปไตยสายตลาดฝ่ายซ้าย (left-wing market anarchism) รูปโฉมใหม่ในยุคปัจจุบัน

คำว่า “อิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้าย” ยังถูกใช้อธิบายแนวคิดคอมมิวนิสต์สายอนาธิปไตย (anarcho-communism และอนาธิปไตยที่ไม่ได้สนับสนุนตลาดเสรีกลุ่มอื่นๆ) รวมถึงกลุ่มนักทฤษฎีในวงการปรัชญาการเมืองที่ยอมรับหลักการเป็นเจ้าของตนเอง (self-ownership) แต่ปฏิเสธกรรมสิทธิ์ในทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนความพยายามที่จะผสมผสานอิสรเสรีนิยมสายกลางกับแนวคิดก้าวหน้านิยม (progressivism) และเสรีนิยมสายอเมริกันสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม คำว่า “อิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้าย” ในกรณีเหล่านี้เป็นเพียงคำพ้องเสียงและไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับ “อิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้าย” ที่จะพูดถึงในที่นี้

คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้คำนิยามอันกระชับ รัดกุม และครอบคลุมทุกแง่มุมของกลุ่มแนวคิดที่เรียกว่า “อิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้าย” เพราะไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ย่อมมีตัวอย่างที่โต้แย้งได้เสมอ กระนั้น ต่อไปนี้คือลักษณะสำคัญสามประการของแนวคิดดังกล่าว

ความยึดมั่นในปัจเจกชนนิยมอย่างลึกซึ้ง

วิธีการหนึ่งในการนิยามอิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้ายคือการบอกว่ามันคือการผสมผสานมุมมองเรื่องการไม่รุกราน (non-aggression) แบบอิสรเสรีนิยมสายถึงรากถึงโคนตามมาตรฐาน กับมุมมองเรื่องการไม่ครอบงำ (non-domination) แบบฝ่ายซ้ายสายถึงรากถึงโคนตามมาตรฐาน เข้าไว้ด้วยกัน แนวคิดปัจเจกชนนิยมที่สมบูรณ์แบบจริงๆ จะเชื่อมโยงการต่อต้านสถาบันต่างๆ (เช่น รัฐ) ที่กดขี่ปัจเจกบุคคลผ่านการขู่ใช้กำลังบังคับ เข้ากับการต่อต้านการจัดวางทางสังคมในความหมายอย่างกว้างซึ่งกดขี่ปัจเจกบุคคลผู้หนึ่ง (หรือกลุ่มปัจเจกบุคคลกลุ่มหนึ่ง) ให้ตกอยู่ใต้อำนาจของปัจเจกบุคคลอีกคนหนึ่ง (หรือกลุ่มปัจเจกบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง) [ไม่ใช่ต่อต้านแค่ “รัฐ” เพียงอย่างเดียว – ผู้แปล]

พูดให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น สิ่งนี้หมายถึงการต่อต้านโครงสร้างอำนาจที่ค่อนข้างไม่เป็นทางการทั้งหลาย เช่น การเหยียดเพศ การเหยียดเชื้อชาติ และทุนนิยมแบบบริหารจัดการ (ที่จะกล่าวถึงต่อไป) ฉะนั้น ชาวอิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้ายจึงมักเน้นย้ำถึงความสำคัญของตลาดในฐานะ พลังทางวัฒนธรรม ที่สามารถรองรับความหลากหลายทางสังคมได้มากมาย ทั้งยังบ่อนทำลายพลวัตแห่งการกดขี่เหล่านั้นได้ด้วย

แนวคิด ปัจเจกชนนิยมที่คำนึงถึงการกดขี่ในหลายมิติ (intersectional individualism) นี้สามารถสืบย้อนกลับไปได้อย่างน้อยในหนังสือ Social Statics ของเฮอร์เบิร์ต สเปนเซอร์ ซึ่ง โจมตีว่า “เผด็จการในรัฐย่อมสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้กับเผด็จการในครอบครัว” นักอนาธิปไตยสายปัจเจกนิยมก็มีทัศนคติในลักษณะเดียวกัน พวกเขาไม่เพียงเป็นผู้สนับสนุนตลาดเสรีที่หัวก้าวหน้าที่สุดในอเมริกาศตวรรษที่ 19 แต่ยังอยู่แถวหน้าของขบวนการสตรีนิยมอีกด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โมเสส ฮาร์มัน ซึ่งถูกจำคุกภายใต้กฎหมายว่าด้วยสิ่งลามกอนาจาร เพราะตีพิมพ์บทวิพากษ์การข่มขืนภายในชีวิตสมรสอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ทั้งที่ในเวลานั้นการกระทำดังกล่าวยังถือว่าชอบด้วยกฎหมาย โวลแตร์รีน เดอ แคลร์อภิปรายถึง เหตุการณ์นี้ ไว้ในบทความของเธอเรื่อง “Sex Slavery”

การต่อต้านทุนนิยมแบบตลาดเสรี (Free Market Anti-Capitalism) และการวิเคราะห์ชนชั้นแบบเสรีนิยม

เมื่อพิจารณารูปแบบความสัมพันธ์ทางสังคมต่างๆ ที่นักอิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้ายคัดค้านในฐานะที่พวกเขาเป็น “ฝ่ายซ้าย” คำว่า “ทุนนิยม” อาจดูแปลกประหลาดเป็นพิเศษ เพราะถึงอย่างไรนักอิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้ายก็ยังคงเป็นนักอิสรเสรีนิยมอยู่ดี กระนั้นก็ตาม สำหรับนักอิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้าย คำว่า “ทุนนิยม” ไม่ได้หมายถึงระบบเศรษฐกิจแบบตลาด เสรีภาพทางเศรษฐกิจ การประกอบการ กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล หรือสิ่งอื่นใดที่นักอิสรเสรีนิยมที่นิยามตัวเองด้วยคำคำนี้มักนึกถึง ที่จริงนักอนาธิปไตยสายปัจเจกนิยมอย่างเบนจามิน ทักเคอร์ ยังเห็นว่ากรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลมีความสำคัญต่อเสรีภาพเป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่ เขาไม่ยอมรับว่า นักอนาธิปไตยสายคอมมิวนิสต์อย่างปีเตอร์ โครพอตคิน และโยฮันน์ โมสต์ คือนักอนาธิปไตยอย่างแท้จริง เนื่องจากทั้งสองคนปฏิเสธหลักกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล

กลับกัน “ ทุนนิยม ” ในบริบทนี้หมายถึงปรากฏการณ์อย่างการกระจุกตัวของความมั่งคั่งในมือคนกลุ่มเล็กๆ และการครอบงำทางสังคมของบรรดาผู้จัดการและนายทุนเหนือแรงงานและสังคม ด้วยเหตุนี้ การปฏิเสธทุนนิยม ของนักอิสรเสรีนิยมฝ่ายซ้ายจึงมีรากฐานส่วนหนึ่งมาจากค่านิยมพื้นฐานแบบปัจเจกนิยมที่กว้างขวางกว่า แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อที่ว่าองค์กรที่มีโครงสร้างแบบสั่งการจากบนลงล่างและมีลำดับชั้นต่ำสูงนั้นไร้ประสิทธิภาพเป็นอย่างยิ่ง

องค์กรลักษณะนี้ต้องเผชิญทั้งปัญหาด้าน ความรู้ และปัญหาเรื่องความเป็นผู้กระทำการ (agency) …